ต้นไม้แก่ ขอฝน


ต้นไม้แก่ ขอฝน เมฆก้อนน้อยตอบเพียงว่า น้ำฝนมีอยู่น้อย กลัวว่ามันคงจะไม่พอ ให้ต้นไม้แก่ได้ชื่นใจ

วันต่อมา เมฆก้อนน้อยก็ยังคง บอกเช่นเดิม มันน้อยไป จึงไม่พร้อมที่จะให้...!!!

เมฆก้อนน้อยจึงเดินทาง และพยายามสะสมฝน เพื่อที่จะให้มันมากพอ...!!! พอที่จะทำให้ต้นไม้แก่ได้ชื่นใจ

เมื่อมีปริมาณมากพอ เมฆน้อยจึงกลับมา แต่สิ่งที่พบข้างหน้า มีเพียงซากต้นไม้แก่ ที่ตายแล้ว...!!!

เมฆน้อยได้แต่ร้องไห้ แล้วถามว่า...ทำไม ? ความพยายามของฉัน ไม่มีค่าเลยเหรอ...!?!

ชายหนุ่มที่นั่งใต้ต้นไม้ จึงได้แหงนหน้า แล้วบอกเมฆน้อยไปว่า

การที่เราจะให้อะไร? แก่ใครสักคนที่เรารัก มันไม่ต้องรอให้มากพอ หรือรอความพร้อมอะไรหรอก
ให้เท่าที่มี ก็ทำให้คนรับชื่นหัวใจได้ ความพยายามเป็นสิ่งที่ดี แต่มันก็มีเวลาเป็นเงื่อนไข !!!

อย่าไปรอให้รวย !!! ถึงจะทำอะไรให้คนที่เรารัก อย่าไปรอให้พร้อม !!! ถึงจะทำอะไรให้คนที่เรารัก
เพราะคนที่เรารัก อาจไม่มีเวลามากพอที่รอเรา !!!

แล้วก่อนที่ต้นไม้แก่จะจากไป เขาฝากบอกเธอไว้ว่า ถ้าเห็นเธอผ่านมา ให้บอกเธอว่า เขารักเธอ

เมฆน้อยได้แต่หลั่งน้ำตา ออกมาเป็นเม็ดฝนอย่างไม่ขาดสาย ให้กับต้นไม้ที่ไม่มีวันแตกใบให้ได้เห็นอีกต่อไป ตลอดกาล !!!


บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นใน วันที่ 11 กันยายน 2001
(ตึกเวิรด์เทรดถล่ม)หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขา เสียชีวิตในตึกนั้นด้วย !!!





ความเข้าใจผิด ที่ทำให้คนเราทุกข์ไปจนตาย

ความเข้าใจผิด ที่ทำให้คนเราทุกข์ไปจนตาย

1. เข้าใจผิดว่า     ปัญหาคือสิ่งที่ต้องปฏิเสธ
    ไม่เข้าใจว่า      ปัญหาคือเรื่องธรรมดา ที่ต้องเรียนรู้และยอมรับ

2. เข้าใจผิดว่า     ความสุขเป็นสิ่งที่ต้องแสวงหา
    ไม่เข้าใจว่า      ตราบใดที่ยังแสวงหา ความสุขจะไม่มีวันเกิด

3. เข้าใจผิดว่า     ความคิดควบคุมได้
    ไม่เข้าใจว่า      ไม่มีใครควบคุมความคิดได้  เพราะความคิดคือ ธาตุปรุงแต่งตามธรรมชาติ

4. เข้าใจผิดว่า    อีกนานกว่าจะตาย
    ไม่เข้าใจว่า     ความตายมาถึงได้ทุกเมื่อ

5. เข้าใจผิดว่า   ทำดีแล้วต้องได้ดี
    ไม่เข้าใจว่า    ทำดีไม่ได้อะไร นอกจากได้ละกิเลส
 
6. เข้าใจผิดว่า   ชีวิตต้องแสวงหาความมั่นคง 
    ไม่เข้าใจว่า    ความมั่นคง เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

7. เข้าใจผิดว่า   ดีกับเขาแล้วเขาต้องดีกับเรา
    ไม่เข้าใจว่า    เรามีหน้าที่ดีกับเขา ส่วนเขาจะดีหรือไม่ดีกับเรา มันก็เรื่องของเขา

8. เข้าใจผิดว่า   ต้องรักษาทุกสิ่งให้ดีที่สุด 
    ไม่เข้าใจว่า    ดีที่สุดคือ ไม่มีอะไรให้ต้องรักษา
 
9. เข้าใจผิดว่า   ความสำเร็จคือสิ่งสูงสุด
    ไม่เข้าใจว่า   การยึดในความสำเร็จ นั่นแหละทุกข์ขั้นสูงสุด

10. เข้าใจผิดว่า   ตนเองสำคัญที่สุด
      ไม่เข้าใจว่า    เรื่องสำคัญที่สุดคือการไม่มีตนเอง

#พศิน อินทรวงค์      

10 misunderstandings That causes people to suffer until they die

1. Misunderstanding that the problem is something to deny.
    I do not understand what the problem is. To learn and accept

2. Misconceptions that happiness is a must.
    I do not understand that as long as it is still sought. Happiness is never born.

3. Misconceptions that control the mind.
    Do not understand that no one has control over the idea. Because the idea is Natural flavoring

4. Misconceptions that last longer than death
    I do not understand that death comes at any time.

5. Misunderstanding that good to do well.
    Do not understand what can not do. In addition to the passion.
 
6. Misunderstanding that life must seek stability.
    Not understand that stability is impossible.

7. Misconceptions about him and his good to us.
    Do not understand that we have a good job with him. He is good or bad for us. It was his story.

8. Misconceptions that everything must be kept to the best.
    Not understand that the best is nothing to keep.
 
9. Misconceptions that success is the highest
    Do not Understand That Adherence to Success That is the highest suffering.

10. Misconceptions that they are most important.
      Do not understand that the most important thing is to have no self.

สัพพมงคลคาถา

สัพพมงคลคาถา แปล

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง          ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน
รักขันตุ สัพพะเทวะตา          ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
สัพพะพุทธานุภาเวนะ           ด้วยอานุภาพ แห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ       ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง            ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน
รักขันตุ สัพพะเทวะตา           ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
สัพพะธัมมานุภาเวนะ             ด้วยอานุภาพ แห่งพระธรรมทั้งปวง
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ        ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง            ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน
รักขันตุ สัพพะเทวะตา           ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
สัพพะสังฆานุภาเวนะสะทา   ด้วยอานุภาพ แห่งพระสงฆ์ทั้งปวง
โสตถี ภะวันตุ เต ฯ                  ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

ไซอิ๋วคือการกางพระไตรปิฎกออกมาแล้วเขียนใหม่ในมุมนิทาน

source: facebook.com/tosakan

นายทศกัณฐ์: เคยสงสัยว่าตอบจบของไซอิ๋วคืออะไร เพราะสารภาพตามตรงว่าไม่เคยอ่านจริงๆจังสักที เคยฟังแต่เค้าเล่ามากับดูละครช่อง 3 รู้แต่ว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นโดยยืมท่านเสวียนจ้าง ที่ไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดีย แต่แต่งให้มีอภินิหารอ่านสนุก ก็เท่านั้น ....

วันนี้เลยนั่ง google ดู กลายเป็นนั่งอ่านไป 4-5 ชั่วโมง แล้วก็ไปเจอที่เค้าเฉลยว่า ทำไมไซอิ๋วคือนิยายที่ทรงอิทธิพลของจีน ไม่ใช่แค่มันแฟนตาซีเท่านั้น แต่ไซอิ๋วคือการกางพระไตรปิฎกออกมาแล้วเขียนใหม่ในมุมนิทาน

รู้แค่ว่าพระถังคือศรัทธา จะไปชมพูทวีป ต้องมีศรัทธาก่อน พกจิตไปด้วยซึ่งจิตคนเรา ประกอบด้วย โทสะ - หงอคง โกรธ , โลภะ - ตือโป๊ยก่าย โลภ , โมหะ - ซัวเจ๋ง ความไม่รู้

ก็แค่นั้น จน Google เจอที่เค้าอธิบายแต่ละบทแบบละเอียด ทึ่งเลยในความสามารถของคนแต่ง

หงอคงแปลงกายได้ เหาะเหิน เดินอากาศได้ ทำอะไรก็ได้ เพราะหงอคง คือจิตคนเรา ที่เป็นลิง ไม่อยู่นิ่ง คิดไปเรื่อย แค่คุมให้ตามลมหายใจยังยากเลย ดังนั้น ถ้าเราคุมหงอคงได้ .... การไปชมพูทวีปจะง่ายขึ้น ... เป็นต้น
และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราโกรธ - โทสะ เราจะเหมือนหงอคง แผลงฤทธิ์ พังพินาศ ราบเป็นหน้ากลอง

แต่หงอคงแพ้อะไร ? โดนขังไว้ที่อะไร ? ใช่แล้ว แพ้ฝ่ามือยูไล โดนขังไว้ที่เขา 5 นิ้ว

ฝ่ามือยูไล และเขา 5 นิ้ว แทน ขันธ์ 5
ต่อให้จิตแน่แค่ไหนสุดท้ายก็ไม่พ้นขันธ์ 5
ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ

นอกจากนี้หงอคงยังมีกระบองวิเศษจัดการปีศาจได้ตลอด กระบองนั้นแทนปัญญา แต่ทว่า มีจิต กับปัญญา แค่นั้นมักเกิดปัญหา พระยูไลจึงประทานมงคล มารัดหัวไว้ ให้พระถังคอยดูแล มงคลนั้นก็แทน "สติ" ซึ่งมงคลเป็นรัดเกล้า 3 ห่วงคล้องกัน แทนไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา

ปีศาจแต่ละตัว แทนกิเลสที่เราต้องค่อยกำจัดออกไป

ตอนเจอกันครั้งแรกเห้งเจียบอกพระถังว่า
จะไปชมพูทวีปผมพา อาจารย์ตีลังกาไปได้ 7 ทีถึง
มามัวเสียเวลาเดินทำไมกัน ไม่เข้าใจ พระถังบอกว่าไม่ได้ต้องเดินไป

ปริศนาธรรมข้อนี้บอกว่า จิต+ปัญหา ฟังเค้าเล่า ฟังเค้าบอก คิดเอาเองก็บอกง่าย แปบเดียวก็ไปถึงนิพพานละ
เช่น เนี่ยคนเล่าให้ฟังอริยสัจ 4 ทางดับทุกข์ ฟังเข้าใจละ แต่จริงๆ แล้วไม่เข้าใจ ธรรมมะต้องลงมือปฎิบัติ เหมือนหงอคงบอกตีลังกาไป 7 ที มันไปไม่ถึง ต้องค่อยๆ เดินไป ศึกษาไป ปฎิบัติไป ถึงจะถึง

โป๊ยก่าย คือศีล 8 , ซัวเจ๊ง คือสมาธิ

ศรัทธา + ปัญญา + ศีล + สมาธิ จึงจะพ้นทุกข์

แต่บางครั้งปีศาจบางตัวก็เก่งเหลือเกิน
ต้องไปตามเจ้าแม่กวนอิมมาช่วย
เจ้าแม่กวนอิม คือ เมตตา

ปัญญา + เมตตา จะกลายเป็นสัมมาทิฏฐิ ธรรมชั้นสูงซึ่งปราบกิเลสได้เสมอ แต่เจ้าแม่กวนอิม มักให้เห้งเจียลองสู้จนหมดแรงก่อน ถึงมาช่วย เหมือนหากมีกิเลสควรให้ปัญญาลองขจัดดูก่อน เกินกำลังแล้วจึงให้เมตตาปล่อยวาง

ถ้าเกินกำลังเมตตา เจ้าแม่กวนอิมช่วยไม่ไหว
คนสุดท้ายที่มักมาช่วย คือ พระยูไล

พระยูไล แทน พระอริยสงฆ์ ท้ายที่สุดถ้าปฎิบัติไม่ไหวก็ถามผู้รู้เอา .... จบแน่นอน

ลำดับปีศาจแต่ละตัวในเรื่องก็เจ๋งมาก
เช่นเมื่อเริ่มเดินทาง ก็พบโจรทั้งหก ขัดขวางไม่ให้ไป
สุดท้ายเห้งเจียเลยเอากระบองตีจนตาย

โจรทั้งหกคือ อายตนะ 6 คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอารมณ์ ต้องเอา ปัญญา (ตะบอง) ฟาดให้ตายก่อนถึงเริ่มออกเดินทางได้

แล้วก็เจอปีศาจไปเรื่อยๆ อ่านยังไม่จบ ท่าทางอีกหลายวัน

อ้อ แต่แอบโกงมาละ เปิดดูตอนจบ
สรุป ศรัทธา + ปัญญา + ศีล + สมาธิ เดินทาง
กำจัดกิเลสไปจนถึงชมพูทวีป แล้วได้อะไร

ตอนจบพระถังและคณะ มาถึงแม่น้ำแห่งหนึ่ง
สายน้ำเชี่ยวกรากมาก ไม่รู้จะข้ามไปยังไง
จนเจอเรือไร้ท้องเรือจอดอยู่ พระถังกังวลมาก
เรือไม่มีท้องเรือจะพาข้ามฟากยังไง

แต่สุดท้ายก็ยอมใช้เรือข้ามไป
แม่น้ำเชี่ยวกรากแทนกองกิเลส
เรือนั้นแทน สุญญตา ความไม่ยึดมั่นถือมั่น

เมื่อข้ามมาแล้วก็ถึงชมพูทวีป
และได้คัมภีร์มา เป็นหนังสือเปล่าหนึ่งเล่ม
แทนธรรมมะ ซึ่งคือความว่างเปล่า ...นิพพาน

แต่สุดท้ายเห้งเจียขอให้มีอะไรกลับไปจีนหน่อย
เพราะคนธรรมดาคงไม่เข้าใจ
เลยได้คัมภีร์มาอีกเล่มนึง เต็มไปด้วยอักษร
บันทึกการเดินทาง เรียกว่า พระไตรปิฎก ... จบ

อ่านแล้วคารวะคนแต่งเลย .... โห เก่งจัง

ปล. เข้าใจว่ามีหนังสือแปลที่ละบททีละตัวละคร ชื่อ "เดินทางไกลไปกับไซอิ๋ว"
-------------------
Comment:
Chettha Srivech: อ่านแล้ว ยังไม่เข้าใจครับ
นี่เป็นเจตนา ของผู้แต่ง หรือ การตีความภายหลังครับ เพราะ

1.หงอคง+โป๊ยก่าย+ซัวเจ๋ง = ศรัทธา+ปัญญา+ศีล+สมาธิ = การพ้นทุกข์
ตามความเข้าใจของผม พละ5 คือ สิ่งที่พาให้พ้นทุกข์ ประกอบด้วย ศรัทธา+วิริยะ+ปัญญา+สติ+สมาธิ
ถ้า มงคล คือ สติ
ก็จะขาด วิริยะ ซึ่งไม่น่าจะเป็น โป๊ยก่าย

2.ปัญญา+เมตตา = สัมมาทิฎฐิ ?
สัมมาทิฎฐิ คือ ความเห็นชอบ คือ ส่วนของปัญญา ในมรรคมีองค์ 8 อยู่ด้วยตัวเองแล้ว
และ มรรคมีองค์ 8 เริ่มจาก การมีปัญญา เห็น สิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เห็นอริยสัจ จึง ทำการให้ ศีล และ สมาธิถึงพร้อม จึงพ้นทุกข์
ไม่ใช่ ปัญญา เอาไม่ไหว ให้ไปใช้ เมตตา

3.เมตตา = ปล่อยวาง ?
ในพรหมวิหาร 4 ปล่อยวาง คือ อุเบกขา
ขอบคุณ นายทศกัณฑ์ ที่เอาบทควาทดีๆมาแบ่งปันครับ

แต่มีข้อข้องใจเลยซักถาม เพราะมีความรู้สึกว่า การตีความเหมือนการดีความของนอสตราดามุส ที่ส่วนใหญ่จะตรง เพราะตีความกันทีหลัง ตามความเข้าใจของตัวเอง

  • นายทศกัณฐ์: วิริยะ คือม้าขาว ครับ เป็นมังกรที่แปลงร่างเป็นม้า ส่วนว่าตีความได้ยังไง เข้าใจว่าคนแต่งตั้งชื่อให้พอเดาได้ ส่วนคนแปลคือพระครับ ลองหาหนังสือ ลิงจอมโจกอ่านดูครับผม ถามลึกๆ ผมแย่เลยครับ เพิ่งอ่านไปนิดเดียว
---------------
More info
เดินทางไกลกับไซอิ๋ว โดย เขมานันทะ มี 50 บท
เนื้อเรื่อง : เป็นการสนทนาระหว่าง โหง่ว นายนาม และ นายจิต
(ตีพิมพ์ครั้งแรก) ปล.ถูกตีัพิมพ์มาแล้ว 5 ครั้ง โดยครั้งที่ 1-3
ใช้ชื่อเป็น เดินทางไกลกับไซอิ๋ว ส่วนครั้งที่ 4-5 ใช้ชื่อว่า ลิงจอมโจก ไขปริศนาธรรมในไซอิ๋ว โดยได้เปลี่ยนจาก นายจิตเป็นรูป มีการตีพิมพ์คำนำทั้งหมด 3 ครั้ง ส่วนครั้งที่ 4-5 ได้นำคำนำทั้งครั้งที่ 1-3 มาตีพิมพ์ร่วมกัน ส่วนเนื้อหานั้นเป็นเรื่องราวโดยย่อของแต่ละตอนโดยมีเนื้อที่สมบูรณ์ (ปล. เนื้อหาที่ได้ถูกแก้ไขนั้น เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
ลิงจอมโจก

ไซอิ๋ว ฉบับเดินทางสู่พุทธภาวะ

ความขุ่นมัวในใจ

ข้าพเจ้าประจักษ์แจ้งว่า ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในความขุ่นมัวในใจของข้าพเจ้าก็คือตัวของข้าพเจ้าเอง

-เอส เอ็น โกเอ็นก้า-