แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาเที่ยววัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาเที่ยววัด แสดงบทความทั้งหมด

เที่ยวสวนโมกข์ กรุงเทพฯ

มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ สถานที่อันรื่นรมย์ ช่วยให้คนมีกำลังนำไปสู่ความหลุดพ้น  หรือ สวนโมกข์กรุงเทพฯ ในกิจกรรม ร่วมคืนพื้นที่บุญให้สังคมไทยที่สวนโมกข์กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีอุปการคุณ ธรรมภาคี กัลยาณมิตรและสาธารณชนได้มีส่วนร่วมทำบุญตักบาตร เสวนา ปฏิบัติธรรม มหรสพทางวิญญาณ แล้วลองชิมนิพพานที่กลางกรุง

สวนโมกข์ กรุงเทพฯ Suanmokkh Bangkok เป็นอาคาร 3 ชั้นมีลานกว้างที่ด้านหน้าอาคารซึ่งเป็นห้องโถงใหญ่หรือที่เรียกว่าลานหิน โค้งลอกแบบมาจากสวนโมกข์ ที่ไชยาเป็นที่สัมผัสธรรมชาติ นั่งกลางดิน

ชั้นที่ 1 จะเป็นห้อง"คลังสมอง" รวบรวมหนังสือว่าด้วยศาสนธรรมของพุทธทาสและของท่านอื่นๆ จะเน้นหนังสือทางด้านศาสนธรรมและจิตใจทั้งหมด
ชั้นที่ 2 เป็นห้อง "ฝึกสมาธิ" จัดไว้ฝึกปฏิบัติสมาธิซึ่งมีหลักสูตรหลากหลายสำหรับเป็นที่สอนสมาธิด้วย
ชั้นที่ 3 เป็๋นที่เก็บรวมรวมผลงานท่านพุทธทาส จะมีเทปเสียงบรรยายธรรมของท่านพุทธทาสซึ่งสามารถดาวน์โหลดกลับไปฟังที่บ้าน ได้ นอกจากนี้ยังมีห้องนิทรรศการหรือเรียกว่า "ห้องชิมนิพพาน" จะชวนให้คนได้สัมผัสถึงความรู้สึกลึกๆ ที่เรียกว่า นิพพาน ผ่านสื่อผสมต่างๆให้คนที่เข้ามาชมภายในแล้วรู้สึกว่าเข้ามาเดินแล้วสบายใจ มาฝึกการออกกำลังกาย กำลังใจให้เข้มแข็ง แจ่มใส แตกฉานเรื่องปัญญา ในการใช้บริการ "สถานธรรม" แบบครบวงจร

หอจดหมายเหตุฯ ตั้งอยู่ที่ สวนวชิรเบญจทัศ อุทยานจตุจักร กรุงเทพฯ โดยเป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 ห้องหนังสือและสื่อธรรม ชั้น 2 สวนปฏิจจสมุปบาท ห้องปฏิบัติธรรมและประชุมสัมมนา ห้องนิทรรศการ นิพพานชิมลอง และชั้น 3 ห้องประชุม ห้องจดหมายเหตุ สำนักงาน ห้องค้นคว้า

วันอาทิตย์มีพิธีทำบุญตักบาตร อย่างครั้งพุทธกาล จะกระทำโดยให้พระนั่งเป็นระเบียบ แล้วมอบบาตรให้เจ้าภาพตัก จัดอาหารใส่ แล้วจึงเอามาถวายพระที่นั่งอยู่ เมื่อฉันเสร็จจึงอนุโมทนา แต่เมื่อการจัดอาหารใส่บาตรเสร็จแล้วค่อยนำมาถวายพระ ต้องใช้คนขนของจำนวนมาก จึงได้เปลี่ยนมาเป็นให้วางบาตรหน้าพระแต่ละรูป โดยพระทุกองค์จะฉันด้วยมือเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า ซึ่งพิธีนี้เป็นการสาธิตให้เห็นว่าในสมัยพุทธกาลนั้นการเลี้ยงพระจำนวนมาก สามารถทำได้อย่างไร

นอกจากห้องหนังสือและสื่อธรรม แล้ว บริเวณชั้นล่างของอาคาร 3 ชั้น มีพื้นที่โล่งเรียกว่าลานริมสระนาฬิเกไว้ให้นั่งสงบมองสระน้ำและความ เขียวของต้นไม้ให้สบายตา ใกล้ๆ ลานโล่งเป็นส่วนที่เรียกว่าลานหินโค้ง เต็มไปด้วยภาพพุทธประวัติที่จำลองมาจากภาพพุทธประวัติชุดแรกจากอินเดียซึ่ง ถือว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าแห่งใดในโลก เริ่มตั้งแต่ภาพประสูติถึงปรินิพพาน และจบด้วยภาพโทณพราหมณ์แจกจ่ายพระบรมสารีริกธาตุรายเรียงอยู่บนผนัง กึ่งกลางลานหินโค้งประดิษฐานพระอวโลกิเตศวร

สวนโมกข์กรุงเทพ(ณ สวนรถไฟ) แผนที่ เที่ยวสวนโมกข์ กรุงเทพฯ
สวนสาธารณะแบ่งพื้นที่ริมสระน้ำของ สวนรถไฟ หรือ "สวนสาธารณะวชิรเบญจทิศ" อยู่ด้านหลังสวนจตุจักร

วัดศรีบุญเรือง แม่สะเรียง จังหวัด แม่ฮ่องสอน

วัดวัดศรีบุญเรือง 
วัดวัดศรีบุญเรืองเดิมชื่อวัดจอมหมากแจง เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอแม่สะเรียง สร้างเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2450 ตามแบบศิลปพม่าผสมไทยใหญ่

 วัดศรีบุญเรือง ตั้งอยู่ใกล้กับวัดจองสูง มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดยเฉพาะพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ มีลวดลายฉลุไม้ประดับหลังคาแบบศิลปะไทยใหญ่ และยังมีภาพพุทธประวัติที่สวยงามตามแบบศิลปะพม่า
วัดศรีบุญเรือง เดิมชื่อวัดจองหมากแกง เพราะมีต้นมะขามขนาดใหญ่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของกุฏิสงฆ์ โดยการสร้างของ ครูบาศรีวิชัย ประมาณปี พ.ศ. 2450 เป็นวัดที่มีพื้นที่ค่อนข้างน้อย แต่โดดเด่นด้วยความสวยงามของศิลปะแบบไทยใหญ่ คือหลังคาซ้อนกันเป็นชั้น ประดับสังกะสีและลายแกะสลักไม้ ลวดลายละเอียด เป็นหลังคาจองขนาดใหญ่ 3 หลังติดกัน ภายในจอง(วัด) มีภาพเขียนเรื่องพระเวสสันดรชาดก โดยฝีมือช่างชาวพม่า วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับวัดจองสูง และมีทางเดินเชื่อมกัน
  นักท่องเที่ยวสามารถ จอดรถที่วัดจองสูงแล้วเดินเลาะไปยังวัดศรีบุญเรือง หรือเดินข้ามถนนอีกฝั่งหนึ่งเพื่อไปชมวัด มันตะเล ได้ 

วัดมหาธาตุ พระธาตุอานนท์ หอไตร,จังหวัดยโสธร


วัดมหาธาตุ ยโสธร   เป็นวัดคู่ยโสธรมาตั้งแต่สร้างเมือง (บ้านท่าสิงห์เดิม) โบราณสถาน ที่สำคัญในวัดมี 2 แห่ง คือ พระธาตุยโสธร(พระธาตุอานนท์) และหอไตร

ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองยโสธร ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองยโสธรมาตั้งแต่แรกสร้าสงเมือง ใน พ.ศ..2340 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบุษยรัตน์ หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำเมือง หน้าตักกว้าง 1.9 นิ้ว ศิลปะลวล้านช้าง สร้างจากแก้วผลึกใส ที่เรียกว่าเพชนน้ำบุศย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล่าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบแด่พระสุนทรราชวงศาเจ้าเมืองยโสธรคนแรก
ภายในงัดยังมีหอไตรกลางน้ำ ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างราวสมัยรัชกาลที่ 4-5 แห่งกรุงรัตนโกสนิทร์

ใกล้กันเป็นที่ตั้งของพระธาตุยโสธรหรือพระธาตุพระอานนท์ ซึ่งมีปบันทึกว่าถุกสร้างขึ้นโดยเสนาบดีกรุงศรีสัตนาคนหุต (ลาว) เมื่อประมาณปี พ.ศ.2321 ด้วยศิลปะล้านช้าง คือเป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยม ยอดแหลมสูง ซึ่งเป็นลักษณะของเจดีย์โบราณที่พบได้ทั่วไปในดินแดนภาคอีสานของไทย และในประเทศลาว ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิธาตุของพระอานนท์ พระเถระผู้คอยดูแลอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งพุทธกาล

วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์


(ภาษาไทย) วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
(ภาษาอังกฤษ) WAT THAI KUSINARACHALERMRAJ
สถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่ในประเทศอืนเดีย เขตพุทธสถานระหว่างสาลวโนทยาน ที่เสด็จดับขันธปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กับ มกุฏพันธนเจดีย์ (รามภาร์) ที่ถวายพระเพลิงพุทธสรีระ กับ โทณพราหมณ์เจดีย์ ที่ มอบพระบรมสารีริกธาตุให้กษัตริย์ ๘ พระนคร

วัดน้ำฮู, แม่ฮ่องสอน


วัดน้ำฮู, แม่ฮ่องสอน
เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองปายแห่งนี้

พระธาตุหริภุญชัย

 
พระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นโบราณสถานอันสำคัญของนครหริภุญชัยที่ พระเจ้าอาทิตยราช เป็นผู้สถาปนาขึ้นในราว พุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อันมี ธาตุกระหม่อม ธาตุกระดูกอก ธาตุกระดูกนิ้วมือ และธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง ตามพุทธทำนายลักษณะทางสถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุหริภุญชัย ตามที่ปรากฏในหนังสือตำนานพระธาตุหริภุญชัย กล่าวว่า มีลักษณะ เป็นสถูปสี่เหลี่ยมทรงปราสาท ที่มีซุ้มทวาร เข้า- ออกทะลุกันได้ทั้งสี่ด้าน มีปราสาทสี่เหลี่ยมอยู่ตรงมุมละองค์ก่อด้วยศิลาแลงซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีมากอยู่ในเมืองนี้ ภายในเป็นแท่น สำหรับประดิษฐาน พระโกศที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในสมัยของพญาสรรพสิทธิ์ กษัตริย์แห่งราชวงศ์จามเทวีวงศ์ ทรงโปรดให้ปฏิสังขรณ์เจดีย์เดิมที่พญาอาทิตยราชทรงสร้างไว้และได้ขุดร่องทวารประตูเข้า-ออก ทั้งสี่เพื่อความปลอดภัย รูปทรงสันฐานขององค์พระบรมธาตุยังคงเป็นลักษณะเดิม คือ เป็นทรงปราสาทสี่เหลี่ยมที่กว้างใหญ่และสูง เมื่อ พญามังราย ตีเมืองหริภุญชัยได้ โปรดให้ซ่อมแซมดัดแปลงองค์พระธาตุขึ้นใหม่ การปฏิสังขรณ์ครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทรวดทรง ขององค์พระธาตุฯ จากทรงปราสาทกลายเป็นทรงเจดีย์ฐานกลมแบบทรงลังกา ในสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมาประมาณปี พ.ศ. 1951 โปรดให้มีการปิดทององค์พระธาตุ พ.ศ. 1990 พระเจ้าติโลกราชกษัตริย์องค์สำคัญแห่งเมืองเชียงใหม่ ทรงร่วมกับพระมหาเมธังกรเถระ ก่อพระมหาเจดีย์ให้สูงขึ้นเป็น 92 ศอก กว้างยาวขึ้น 52 ศอก เป็นรูปร่างที่เห็นเป็นอยู่ในปัจจุบัน

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ


วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เป็นพุทธสถานที่คณะศิษย์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสารเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กทม. นำโดย พระเทพโมลี (สุนทร สุนฺทราโภ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม เจ้าคณะเขตดุสิต (ธรรมยุติ) สร้างถวายสมเด็จฯ ในโอกาสที่ได้เจริญชนมายุศม์ครบ ๘๐ ปี เมื่อ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙
เพิ่มเติม > www.watpasiriwattanavisut.org

วัดพระธาตุผาแก้ว





พระธาตุผาแก้ว เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่โดดเด่นตระการตาอยู่บนยอดเขาแก้ว ด้วยสีสันสดใสถ้วยชามเบญจรงค์ และกระเบื้องสีที่นำมาตกแต่งในทุกส่วนของวัด แถมยังแฝงด้วยหลักธรรมอันน่าเลื่อมใส สงบเงียบเหมาะแก่การมาปฏิบัติธรรม

วัดพระธาตุผาแก้ว หรือชื่อเดิมว่า วัดผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่บนยอดเนินเขาลูกหนึ่ง บนเชิงหน้าผาของภูเขาที่มีชื่อว่า "ผาซ่อนแก้ว"  ที่มีภูมิทัศน์สวยงาม เงียบสงบ และโดดเด่นมากที่สุดบนถนนสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ความโดดเด่นสวยงามนี้ยังถูกเสริมเติมแต่งให้วิจิตรงดงามมากขึ้น ด้วยองค์พระเจดีย์สูงสง่า ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน

พระธาตุเจดีย์ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่ก็ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มาชมกันได้ไม่ขาดสาย ขณะที่ทางวัดเอง ก็ได้รับความสนใจจากญาติโยม เข้ามาพักเพื่อปฏิบัติธรรม วิปัสสนากันจำนวนมาก จึงกลายเป็นแหล่งศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน


วัดพระธาตุเขาน้อย องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน อยู่ในเส้นทางเดียวกันกับวัดพญาวัด ตรงหลักกิโลเมตรที่ 2

จากวัดพระธาตุเขาน้อยสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่านซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542

จากตัวเมืองน่านใช้เส้นทางเดียวกับวัดพญาวัด แต่เลยไปอีกราว  2  กม. ขึ้นเขาไป ก็จะถึงยอดเขาน้อยซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด  วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ  240  ม.  หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค  303  ขั้น

ทางรถขึ้นถึงตัววัด เมื่อขึ้นไปยืนบนยอดเขา จะมองเป็นทิวทัศน์ของเมืองน่าน ได้อย่างชัดเจน ตามประวัติ  พระธาตุองค์นี้สร้างโดยมเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน เมื่อราวพุทธศตวรรณที่  20  เจ้าผู้ครองนครน่าน อีกหลายองค์ต่อมา ได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุ โดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า ชื่อหม่องยิง

 กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี  พ.ศ.2523  ด้วยความเป็นวัดที่อยู่บนเขาสูง จึงเป็นจุดชมทิวทัศน์  ที่สวยงาม  อยู่ตรงลานปูน พระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่  คือพระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรีศรีเมืองน่าน สร้างเมื่อปี  พ.ศ.2542  ถีอเป็นจุดเดียวที่เห็นเมืองน่านจากมุมสูง เราจะเห็นขุนเขา น้อยใหญ่ ตั้งทะมึนโอบล้อมเมืองน่าน เป็นฉากหลัง จุดนี้ยังแสดงให้เราเห็นชัด ถึงลักษณะการตั้งเมือง ของทางภาคเหนือ ที่มักเลือกทำเลที่ตั้ง บนที่ราบลุ่ม และหุบเขาด้วย

ไหว้พระ ณ วัดฉลอง จังหวัดภูเก็ต

วัดฉลองมีชื่อเรียกเป็นทางการว่าวัดไชยธาราราม หากมาถึงภูเก็ตแล้ว ควรได้เดินทางมาไหว้หลวงพ่อแช่มที่วัดฉลองหรือวัดไชยธาราราม วัดคู่บ้านคู่เมืองภูเก็ต อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 8 กิโลเมตร และที่วัดฉลองมีชื่อเสียงโด่งดังแถมยังเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองภูเก็ตแห่งนี้เป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อแช่ม อดีตเจ้าอาวาสของวัดฉลองแห่งนี้ ซึ่งมีคุณงามความดี มีอิทธิเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์มากมาย จนทำให้ผู้คนพากันเคารพเลื่อมใสกราบไหว้บนบานกันไม่ขาดสายในแต่ละวัน

ประวัติตอนหนึ่งของหลวงพ่อแช่มนั้นเล่าว่าในปี พ.ศ.2419 ซึ่งตรงกับสมัยของรัชกาลที่ 5 หลวงพ่อแช่มได้ช่วยเหลือชาวภูเก็ตต่อสู้กับพวกอั้งยี่ ชาวกรรมกรเหมืองแร่ที่ได้ก่อเหตุจลาจล ไล่ฆ่าฟันโจมตีชาวบ้านและจะยึดครองเมืองภูเก็ต ในครั้งนั้นหลวงพ่อได้มอบผ้าประเจียดสีขาวให้ชาวบ้านทุกคนโพกหัวเพื่อเป็นเครื่องรางป้องกันอันตราย ซึ่งได้สร้างความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจให้กับชาวภูเก็ตเป็นอย่างมาก และใช้วัดฉลองเป็นที่มั่นราวกับป้อมค่ายที่ใช้ในการต่อสู้ จนกระทั่งสามารถเอาชนะพวกอั้งยี่ได้ เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงทราบความจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์แก่หลวงพ่อแช่ม เป็นพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์แห่งเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในสมัยนั้น และได้พระราชทานนามวัดฉลองเป็นวัดไชยธารารามแต่นั้นมา

พาเที่ยววัดนิเวศธรรมประวัติ พระนครศรีอยุธยา


ไหว้พระ ณ. วัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารมหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีพ.ศ. 2419 ประสงค์ใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จพระราชดำเนินแปลพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน

สิ่งก่อสร้างภายในวัดแห่งนี้เกิดจากการที่ล้นกล้ารัชกาลที่5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหมาอมให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งมีสีสันหลากหลายในรูปทรงที่แตกต่างกัน ที่นี่ยังมีต้นสาระใหญ่ ต้นไม้ที่มีความสำคัญในพุทธศาสนาออกดอกสวยงามตระการตาให้ชมกันด้วย

พระอุโบสถของวัดนิเวศธรรมประวัติ แห่งนี้่สร้างเลียนแบบโบสถ์ในคริสต์ศาสนา เป็นลักษณะโกธิคมีหลังคายอดแหลมภายในประดิษฐานพระประธานซึ่งมีพุทธลักษณะผสมผสานศิลปแบบประเพณีนิยม และศิลปตะวันตกเข้าด้วยกันซึ่งงดงามมาก

วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัด เชียงใหม่


ไหว้พระ ณ. วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัด เชียงใหม่ เป้นวัดที่น่าสนใจแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ซึ่งภายในวัดมีสถาปัตยกรรม และปฏิมากรรมที่น่าศึกษามากมาย

พระธาตุเจดีย์หลวงนั้นถือว่าเป็นพระธาตุที่มีความสูงที่สุดในภาคเหนือ หรือล้านนา คือ สูงประมาณ 80 เมตร เมตร ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณด้านละ 60 เมตร ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ถือว่าเป็นเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดของเมืองเชียงใหม่

วัดท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่

วัดท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่
วัดท่าตอน เป็นวัดประจำอำเภอที่อยู่บนไหล่เขามีทิวทัศน์ที่งดงาม ภายในวัดประกอบไปด้วยศาสนวัตถุ และสิ่งก่อสร้างโดยเแพาะโบราณวัตถุที่มีอายุนับพันปี ก็เป็นเครื่องบ่งบอกถึงอายุอันยาวนานของวัดท่าตอนแห่งนี้

อาณาบริเวณของวัดมีพื้นที่ทอดยาวตามไหล่เขาเป็นชั้นๆ แบ่งได้ทั้งหมด 9 ชั้น สำหรับชั้นที่ 8 เป็นชั้นที่มีความสำคัญที่ทุกคนอยากมาเยือน เพราะเป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า พระเจดีย์แก้ว

สถานปฏิบัติธรรม วัดพระธาตุผาแก้ว

สถานปฏิบัติธรรม วัดพระธาตุผาแก้ว ภายในอาณาเขตของวัด สัมผัสถึงความรู้สึกสงบ เหมาะแก่การมาปฏิบัติธรรม วัดพระธาตุเขาแก้ว หรือชื่อเดิมว่าวัดผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่บนเนินเขาลูกหนึ่งบนเชิงหน้าผาของภูเขาที่ชื่อว่า หน้าผาซ่อนแก้ว มีภูมิทัศน์สวยงาม เงียบสงบ ภายในวัดเป็นแหล่งเรียนรู้และปฏิบัติธรรมะ แก่พุทธศาสนิกชนที่สนใจด้วยการสอนหลักสติปัฐฐาน 4 เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก
พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนเขาค้อริมทางหลวงหมายเลข 2196 ความเป็นมาในการสร้างเนื่องจากในอดีตพื้นที่เขาค้อเคยเป็นสมรภูมิรบทำให้เกิดผู้เสียชีวิต ณ.บริเวณนี้มากมาย ชาวเขาค้อจึงร่วมใจสร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคล ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกามาประดิษฐานในเจดีย์

แนวคิดในการออกแบบ ให้มีเอกลักษณ์ทางศิลปพุทธสถานทางภาคเหนือ เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย และรัตนโกสินทร์ประยุกต์ รูปแบบขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ ที่ผังของฐานด้านล่างเป็นแบบย่อมุมไม้สิบสอง ฐานชั้นบนมีผังเป็น 8 เหลี่ยม อันเป็นลักษณะที่มีการใช้ตั้งแต่ครั้งสมัยทวาราวดี องค์พระบรมธาตุเจดีย์มีความสูง 69 หลา หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบ 69 พรรษา ฐานเจดีย์กว้าง 39 หลา หมายถึงปีพุทธศักราช 2539
ลักษณะรูปแบบในส่วนของรูปด้านบริเวณฐานชั้นล่างและฐานชั้นบนยึดขยายยกสูงขึ้น และได้มีการนำลักษณะแบบอย่างการใช้ซุ้มคูหามาประดับเข้า 4 ด้าน ซึ่งในการประดับด้วยซุ้มคูหานี้ตามหลักฐานปรากฏว่า มีการใช้มาตั้งแต่ครั้งสมัยทวาราวดี บริเวณฐานชั้นล่างนี้มีซุ้มคูหา 4 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ และบริเวณฐาน 8 เหลี่ยม ตอนบนมีซุ้มคูหาขนาดใหญ่ และเล็กสลับกัน ซึ่งซุ้มคูหาขนาดใหญ่ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ

วัดเนรมิตวิปัสสนา

 วัดเนรมิตวิปัสสนา วัดเนรมิตวิปัสสนา อยู่ห่างอำเภอด่านซ้าย ๑ กิโลเมตร เป็นวัดที่มีพระอุโบสถทำจากศิลาแลงที่สวยงาม ที่สุดภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธราชชินราชจำลอง และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างเขียน ชาวด่านซ้าย

เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแตกต่างจากวัดอื่นทั่วไป พระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดนั้นก่อสร้างด้วยอิฐศิลาแลง มีความปราณีตในการสร้าง ซึ่งสร้างจากช่างฝีมือชาวด่านซ้ายภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และมีภาพจิตกรรมตามฝาผนังลวดลายงดงามอีกด้วย

ข้อมูลการเดินทาง
เขตเทศบาล อำเภอด่านซ้าย จ.เลย
เส้นทาง เลย- พิษณุโลก สามแยกไป พิษณุโลก ห่างจากพระธาตุศรีสองรัก ประมาณ 1 กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอด่านซ้ายประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดเลยประมาณ 70 กิโลเมตร

วัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ

วัดพระฝาง

วัดพระฝาง หรือชื่อเต็มว่า วัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ ตั้งอยู่ที่บ้านฝาง หมู่ที่ 3 ต.ผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

วัดพระฝาง มีปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดคือพระมหาธาตุเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตั้งอยู่กลางกลุ่มโบราณสถานวัดพระฝาง สันนิษฐานว่าพระเจดีย์องค์นี้สร้างในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นพระบรมธาตุศักดิ์สิทธิ์สำคัญของอาณาจักรมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ราชทูตจากราชสำนักฝรั่งเศสซึ่งเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้บันทึกไว้ในหนังสือของท่านว่า พระมหาธาตุองค์นี้ได้รับการเคารพนับถือว่าเป็นพุทธปูชนียสถานสำคัญของอาณาจักรคู่กับรอยพระพุทธบาทสระบุรี ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงเสด็จขึ้นทำศึกชนะเจ้าพระฝางและตั้งงานสมโภชพระมหาธาตุเมืองพระฝางถึง 3 วัน เทียบเท่างานนมัสการพระพุทธชินราช แต่ความศรัทธาในพระมหาธาตุเมืองฝางคงได้เสื่อมถอยลงในช่วงหลัง จากความเสื่อมของเมืองสวางคบุรี หลังชุมนุมเจ้าพระฝางถูกตีแตกในสมัยธนบุรี

วัดพระธาตุดอยหินกิ่ว จังหวัดตาก

วัดพระธาตุดอยหินกิ่ว
วัดพระธาตุหินกิ่ว หรือดินกี่ หรือเจดีย์หินพระอินทร์แขวนซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับพระธาตุอินทร์แขวนประเทศพม่า ภายในวัดพระธาตุหินกิ่วนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอยู่มากมาย อาทิเรือโบราณอายถกว่า 200 ปียังมีพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์งดงามซึ่งอยู่ระหว่างทางเดินขึ้นไป

เจดีย์หินกิ่วเป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ นับเป็นสิ่งที่ปรากฎการณ์จากธรรมชาติและสิงศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดตากและ ใกล้เคียงหลั่งไหลมากราบไหว้เสมอ การขึ้นไปนมัสการพระธาตุ ต้องเดินขึ้นบันได 413 ขั้น พระธาตุดอยดินกี่เป็นเจดีย์ทรงมอญขนาดเล็ก สูงประมาณ 1.5 ม. ประดิษฐานอยู่บนก้อนหินใหญ่ที่มีฐานเล็กมาก เรียกว่า "หินกิ่ว" องค์พระธาตุได้รับอิทธิพลจากพม่า เป็นสีทองมีฉัตรที่สวยงามวิจิตร รอบ ๆ มีปูนปั้นรูปสิงห์และเทวดา เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุก ๆ ปี จะมีงานเทศกาลนมัสการพระธาตุหินกิ่ว ชาวบ้านจะเรียกหินมหัศจรรย์นี้ว่า "เจดีย์หินพระอินทร์แขวน" เดินขึ้นบันไดต่อไปอีก 283 ขั้น ก็จะถึง ถ้ำฆ้อง ถ้ำกลอง ชื่อถ้ำมาจากเมื่อโยนหินไปในถ้ำ หินกระทบผนัง คล้ายเสียงฆ้อง เสียงกลอง

วัดพระธาตุดอยหินกิ่ว (ดอยหินกิ่ว) ตั้งอยู่ท่บ้านวังตะเคียน หมู่ที่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

วัดพระบรมธาตุ จังหวัดตาก

วัดพระบรมธาตุ จังหวัดตาก วัดพระบรมธาตุ ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีมะเมีย ในช่วงวันขึ้น 14 และ 15 ค่ำเดือนเก้าของชาวภาคเหนือ ชาวอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก โดยองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะตะเภา จะจัดงานบุญที่ยิ่งใหญ่ คือประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า ขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยจัดขบวนแห่ผ้าห่มธาตุ ซึ่งประกอบด้วยขบวนกลองยาว ขบวนต้นเงินต้นทอง ขบวนตุงไชย ธงทิวและเครื่องพุทธบูชา จากบริเวณหนองเล่ม เคลื่อนผ่านสะพานบุญ ซึ่งเป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 200 เมตรขึ้นไปทำพิธีห่มพระบรมธาตุ จากนั้นจะเป็นพิธีการบวงสรวงเจดีย์ยุทธหัตถี เจดีย์ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสร้างไว้ในคราวทำสงครามยุทธหัตถีชนะขุนสาม ชน เจ้าเมืองฉอดและพิธีชุมนุมเจ้า 108 องค์ จากทั่วทุกสารทิศ

การเดินทาง จากตัวเมืองตากไปตามทางหลวงหมายเลข 1107 ประมาณ 35 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสูทางหลวงหมายเลข 1175 อีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นวัดพระบรมธาตุอยู่ทางซ้ายมือ หรือหากใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกิโลเมตรที่ 442 เข้าอำเภอบ้านตากผ่านสะพานข้ามแม่น้ำปิ แล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดท่านา จนถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้าย 200 เมตร ถึงวัดพระบรมธาตุอยู่ทางซ้ายมือ

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

สวนโมกขพลาราม มีความหมายว่า สวนป่าอันเป็นพลังแห่งการหลุดพ้น

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์กรุงเทพฯ อีกสถานที่ทางธรรมที่มีความร่มรื่นท่ามกลางธรรมชาติ ศูนย์เรียนรู้และสถานบริการด้านศาสนธรรม

นอกจากจะจัดสถานที่ให้พร้อมสำหรับการอยู่กับตนเองแล้ว ที่นี่ยังรวบรวมคำสอนของท่านพุทธทาสในรูปแบบต่างๆ ไว้อีกมากมาย

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒ แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
แผนที่ “สวนโมกข์ กรุงเทพฯ”